SUGO Tech — โลโก้
ระบบสำรองไฟ

Deep cycle battery มีกี่ประเภทแต่ละประเภทและแบบใดเหมาะสมกับการนำมาใช้ในระบบ backup บ่อเลี้ยงปลาคราฟ

22 ก.พ. 2567

Deep cycle battery มีกี่ประเภทแต่ละประเภทและแบบใดเหมาะสมกับการนำมาใช้ในระบบ backup บ่อเลี้ยงปลาคราฟ

สำหรับบ่อปลาคราฟ แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4) เป็นทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ทางเลือกสำรอง: หากงบประมาณจำกัด หรือในพื้นที่ที่ไฟดับไม่บ่อยนัก (ดับแค่ปีละไม่กี่ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง) การเลือกใช้แบตเตอรี่แบบ AGM ก็ถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดงบลงมา ใช้งานได้ดี

แบตเตอรี่ Deep Cycle ถูกออกแบบมาให้จ่ายกระแสไฟได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และสามารถดึงพลังงานออกไปใช้ (Discharge) ได้ลึกกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไปโดยที่แบตเตอรี่ไม่เสื่อมสภาพเร็ว แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ครับ

1. แบตเตอรี่ชนิดน้ำ (Flooded Lead-Acid - FLA)

  • ข้อดี: ราคาถูกที่สุด หาซื้อง่าย คุ้มค่าในแง่ของความจุต่อราคา

  • ข้อเสีย: ต้องคอยบำรุงรักษาโดยการเติมน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอ มีการปล่อยก๊าซไฮโดรเจนและไอระเหยของกรดขณะชาร์จ (ต้องติดตั้งในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดีเยี่ยม) และไม่ควรดึงไฟไปใช้เกิน 50% ของความจุ เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็ว

2. แบตเตอรี่ชนิดแห้ง/กึ่งแห้ง (VRLA: เจล และ AGM)

  • ข้อดี: ไม่ต้องบำรุงรักษา (Maintenance Free) ตลอดอายุการใช้งาน ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ไม่ปล่อยก๊าซอันตรายออกมา สามารถวางในพื้นที่ปิดได้ และทนทานต่อการดึงไฟไปใช้ได้ดีกว่าแบบน้ำ

    • AGM (Absorbent Glass Mat): จ่ายกระแสไฟสูงได้ดี ชาร์จกลับได้ค่อนข้างไว

    • Gel (เจล): ทนความร้อนได้ดีกว่า และรองรับการดึงไฟลึกๆ ได้ดี แต่อาจจะชาร์จไฟกลับได้ช้ากว่า AGM

  • ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าแบบน้ำ อายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-4 ปี (ขึ้นอยู่กับความถี่และการดึงไฟ) และยังคงมีน้ำหนักมาก

3. แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate - LiFePO4)

  • ข้อดี: อายุการใช้งานยาวนานที่สุด (2,000 - 5,000 รอบชาร์จ หรือ 5-10 ปีขึ้นไป) น้ำหนักเบามาก สามารถดึงไฟไปใช้งานได้ลึกถึง 80-100% (Deep Discharge) โดยไม่ทำให้เซลล์แบตเตอรี่พัง ชาร์จไฟกลับได้เร็วมาก และมีความปลอดภัยสูง ไม่เกิดการลุกไหม้

  • ข้อเสีย: ราคาเริ่มต้นสูงที่สุด และระบบจำเป็นต้องมีวงจรจัดการแบตเตอรี่ (BMS - Battery Management System) และเครื่องชาร์จที่รองรับระบบลิเธียมโดยเฉพาะ

แบบใดเหมาะสมที่สุดสำหรับระบบ Backup บ่อปลาคราฟ?

สำหรับบ่อปลาคราฟ แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4) เป็นทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาวครับ

เมื่อเกิดเหตุไฟดับ สิ่งสำคัญระดับความเป็นความตายของปลาคือการรักษาอุปกรณ์ยังชีพให้ทำงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะปั๊มลม (เช่น ปั๊มลมรุ่น LP-100 ที่ใช้กำลังไฟระดับหนึ่งและต้องเดินเครื่องตลอดเวลา) รวมถึงปั๊มน้ำของระบบกรองหรือระบบ Bakki Shower เพื่อรักษาระดับออกซิเจนและแบคทีเรียในบ่อ

เหตุผลที่ LiFePO4 ตอบโจทย์ระบบบ่อปลาที่สุด ได้แก่:

  1. ความน่าเชื่อถือในการสำรองไฟ: สามารถจ่ายไฟได้เสถียรและยาวนานกว่า แบตเตอรี่ความจุเท่ากันสามารถดึงไฟมาเลี้ยงปั๊มลมและปั๊มน้ำได้จำนวนชั่วโมงที่นานกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรดมาก

  2. ความเร็วในการชาร์จกลับ: ในฤดูฝนที่อาจเกิดไฟตกหรือไฟดับซ้ำซ้อน แบตเตอรี่ลิเธียมจะชาร์จไฟกลับมาเต็มได้ไวมาก ทำให้ระบบพร้อมรับมือกับการไฟดับรอบต่อไปได้ทันที

  3. ไม่ต้องดูแลรักษา และปลอดภัย: สามารถจัดวางในห้องเครื่องระบบกรองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องไอระเหยของกรดที่จะไปกัดกร่อนอุปกรณ์อื่นๆ หรือเป็นอันตราย

  4. ความคุ้มค่า: แม้ตอนติดตั้งระบบอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ลิเธียมจะต้องลงทุนสูงกว่าในตอนแรก แต่คุณจะไม่ต้องมาคอยกังวลเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกๆ 2 ปีเหมือนระบบตะกั่วกรด

ทางเลือกสำรอง: หากงบประมาณจำกัด หรือในพื้นที่ที่ไฟดับไม่บ่อยนัก (ดับแค่ปีละไม่กี่ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง) การเลือกใช้แบตเตอรี่แบบ AGM ก็ถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดงบลงมา ใช้งานได้ดี และยังคงความปลอดภัยสำหรับบ่อปลาครับ

ไอคอนหมวดสินค้า

4+

หมวดสินค้าหลัก

ไอคอนประสบการณ์

10+

ปีประสบการณ์

ไอคอนจัดส่งรวดเร็ว

1-2 วัน

จัดส่งรวดเร็ว

ไอคอนสินค้าคุณภาพ

100%

สินค้าคุณภาพ

ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสาร

แอดไลน์ @sugotech

แชทเลย!